เกมการเงินของ “เตชะอุบล”: 1 ปี หุ้น 1 ตัว โกยกำไร 7000 ล้าน

เล่นเหวี่ยงกันจนรายย่อยซื้อขายกันแทบไม่ถูกสำหรับ CGD และ CGD-W3 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บางคนเจ็บตัว บางคนคงได้เงินไปเที่ยวปีใหม่และใช้เลยไปถึงปีหน้า แต่ที่ได้กำไร “เต็มปากเต็มคำ” ที่สุดคงจะไม่มีใครเกิน “เตชะอุบล” ที่จากการคำนวณคร่าวๆ พบว่าได้กำไร “ในบัญชี” ไปแล้วอย่างน้อย 7000 ล้านบาท จากหุ้นตัวเดียว ในเวลาปีเศษๆ เท่านั้น

เมื่อพฤษภาคมของปีที่แล้ว CGD มีมติให้ขายหุ้นเพิ่มทุนในราคา 1 บาทแก่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ LDG ซึ่งมี “เตชะอุบล” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ นี่ก็หมายความชัดเจนไม่บิดพลิ้วว่า ต้นทุนของราคาหุ้นจำนวนเกือบ 3000 ล้านหุ้นนี้ อยู่ที่ราคา 1 บาท

ปิดสมุดรอบล่าสุด คนนามสกุล “เตชะอุบล” ถือหุ้น CGD อยู่ทั้งหมด 2,785,693,333 ล้านหุ้นสำหรับตัวแม่ ประกอบไปด้วย เบน ลูกชายคนโตของสดาวุธ ซึ่งเพิ่งได้สมรสพระราชทานไปกับ “ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์” ทายาทสาวคนเดียวของเจ้าของอาณาจักร “ศรีพันวา” อันลือชื่อ, สดาวุธ ผู้พ่อ และทอมมี่ ลูกชายของสดาวุธอีกคน

ด้วยจำนวนหุ้นมหาศาลที่ต้นทุนแสนถูกเพียง 1 บาท สู่ราคาล่าสุด (14/11/2557) แถวๆ 3.2 บาท ว่าเฉพาะตัวแม่นี้ “เตชะอุบล” โกยกำไรไปแล้ว 6000 ล้านบาท

 

ยิ่งไปกว่านั้น คล้อยหลังมาปีเศษ เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา CGD ก็มีมติ “แจก warrant” เป็นขนมหวานให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมได้ 1 warrant พูดง่ายๆ ก็คือ warrant นี้คือ “ของฟรี” ต้นทุนเท่ากับ 0 บาท จากจำนวนหุ้นที่มีอยู่ “เตชะอุบล” ย่อมได้ CGD-W3 นี้ไปประมาณ 928 ล้านหุ้น

ที่ราคาแถวๆ 1.4 -1.5 บาทล่าสุดนี้ “เตชะอุบล” ได้กำไรที่จาก CGD-W3 ซึ่ง “ไม่มีต้นทุน” ไปแล้วอีกราว 1300-1400 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จจากทั้งตัวแม่และตัวลูก พ่อ-ลูก “เตชะอุบล” ก็โกยกำไร (อย่างน้อยในบัญชี) ไปแล้วเกือบ 7500 ล้านบาท

ถ้าย้อนหลังไปดูประวัติราคาของ CGD จะเห็นได้ว่าราคาที่ “เตชะอุบล” เข้าไปซื้อนั้น เป็นราคาที่ค่อนข้างสูงทีเดียวเมื่อเทียบกับประวัติก่อนหน้าที่ซื้อขายกันอยู่ที่ราคา 0.4 – 0.5 บาทเท่านั้น นี่ย่อมไม่ต้องสงสัยว่า ถ้าราคา 1 บาทซื้อได้ และซื้อเป็นเงินมโหฬารว่า 3000 ล้านบาท ย่อมต้องมี story ให้เล่นต่อมา

SETinsight

แถบสีส้มคือช่วงประกาศกลุ่มเตชะอุบลเข้ามาซื้อ CGD ที่ราคา 1 บาท เผลอแป๊บเดียว กดลงไป 0.7 ได้

แต่สำหรับคนที่ใจร้อนซื้อเมื่อปีที่แล้ว CGD ก็เล่นให้หายใจไม่ทั่วท้องเหมือนกัน เมื่อกดราคาลงไปถึง 0.7 ต่ำเสียยิ่งกว่าต้นทุนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งด้วยซ้ำ และให้ราคาอยู่แถวๆ บาทต้นๆ ไม่ไปไหนเป็นปี เรียกได้ว่า เป็นหุ้นที่ “โหด” คงเส้นคงวาตัวหนึ่ง จะกินเงินหุ้นตัวนี้ได้ ต้องมีความอดทนชนิดไม่ธรรมดา

แต่สำหรับ “เตชะอุบล” 7500 ล้าน ใน 1 ปี ย่อมเป็นเวลาที่สั้นอย่างยิ่ง คุ้มค่าอย่างยิ่ง และทำให้มั่งคั่งขึ้นอย่างยิ่ง มีแต่ทางได้ ไม่มีทางเสีย

“ผู้ที่มีอยู่แล้ว ก็จะได้รับเพิ่มเติมขึ้นไปอีก และเขาย่อมมีเหลือเฟือ
แต่ผู้ที่ไม่มี แม้แต่สิ่งที่เขามีอยู่ ก็จะสูญเสียไป”
คงจะไม่มีคำกล่าวใด กล่าวถึงผลลัพธ์แห่งการเล่นหุ้นของรายใหญ่และรายย่อยได้ตรงยิ่งกว่าข้อความจากพระคัมภีร์ไบเบิลข้างต้นนี้อีกแล้ว

 

 

 

แชร์ต่อเลยบนShare on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
Email this to someone
email
SET Insight

SET Insight

เว็บไซต์ ออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยให้ติดตามการเคลื่อนไหว การเข้า-ออกของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างครบถ้วน รวดเร็ว ไว้ในเว็บเดียว ที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างแท้จริงเพราะเราเชื่อว่า

"Actions speak louder than words"

1 Response

  1. Trillionaire says:

    …ประเมินจากราคาแค่ช่วงนี้ อาจเร็วไป ถ้ายังไม่ได้ขายออก…
    …สุดท้าย พอจ้าวเลิก ราคาก้อตกลงมาบนพื้นฐานของมัน…
    …ขาดทุนติดกันทุกปี จะฟื้นยังงัย ถ้าไม่ปลดออกจากตลาดก้อต้องขายbackdoor…
    …ถึงตอนนั้น 7,000ล้านอาจไม่เหลือ…

คุณรู้ไหมว่า…

คุณก็มีโอกาสทำกำไรอย่างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย

SET Insight Logo